จัดกระเป๋าไปเรียนต่อ (1)

แฮนด์ส ออน เชียงใหม่ – จัดกระเป๋าไปเรียนต่อ (1)

ทีนี้ถึงเวลาเดินทางจริงแล้ว ในส่วนนี้เป็นความเห็นและแนวคิดของผมเองครับ จากประสบการณ์ อาจจะเหมือนหรือไม่เหมือนกับใครหลาย ๆ คนครับ ลองอ่านดูเผื่อว่าจะปรับใช้ได้ครับ ร่าง ๆ ดูแล้ว คงจะหลายตอนจบนะครับ

blur, grass, leather

กระเป๋า

หลัก ๆ แล้วคงมี 2 แบบ คือ แบบแข็ง กับแบบที่เป็นผ้า พบว่าเป็นที่นิยมทั้งสองแบบ แล้วแต่ว่าชอบแบบไหน คนที่ชอบแบบที่เป็นเปลือกแข็ง ก็ชอบเพราะว่ามันแข็งแรง กันน้ำได้ 100 เปอร์เซ็นต์ สะอาด (เพราะไม่เก็บสิ่งสกปรก และไม่ซึม) คนที่ชอบกระเป๋าที่เป็นผ้า ก็ชอบเพราะว่ามันเบากว่า ยืดหยุ่นกว่า ไม่แตก ซ่อมได้ และโดยเฉลี่ย ถูกกว่า

บ้างคนอยากเอาไปเป็นเป้เดินทาง (แบ็คแพ็ค) แบบฝรั่งมาเที่ยวเมืองไทย อย่างนั้นก็ได้ครับ แต่ต้องเข้าใจเรื่อง ข้อจำกัดของมัน เรื่องพื้นที่ใช้สอย และควรหาถุงคลุมหรือปลอกให้มันด้วย เพราะสายการบินต้องการให้มีเพื่อเวลาที่โหลด จะได้แน่ใจว่า สายกระเป๋าไม่เข้าไปติดสายพานขนกระเป๋า

Black and Brown Back Pack

น้ำหนักและขนาดของกระเป๋า อาจเป็นประเด็นที่เราต้องคิดถึงครับ ออกตัวไว้ก่อนว่า พี่ไม่ได้เป็นตัวแทนสายการบิน (เป็นตัวแทนน้อง ๆ กับ เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัย) จึงบอกไม่ได้อย่างแม่นยำว่า สายการบินไหนให้น้ำหนักเท่าไหร่ครับ อีกเหตุผลคือ มีความเปลี่ยนแปลงขึ้นคงเป็นโปรโมชั่นอยู่ตลอด   คนที่ทำตั๋วให้ (ทิคเก็ต เอเจนท์) หรือ สายการบิน (ทั้งคอลล์เซ็นเตอร์ และ เว็บไซต์)น่าจะเป็นคนที่บอกได้อย่างถูกต้องครับ ประเด็นมันอยู่ที่ว่า ตามระเบียบสากลของพนักงานสายการบินและสนามบิน ของ 1 ชิ้น ที่หนักตั้งแต่ 23 กิโลกรัม (ประมาณ 50 ปอนด์) จะต้องติดป้ายว่า เป็นของหนัก (Heavy Item) ถ้าหนักกว่า 32 กิโลกรัม (ประมาณ 70 ปอนด์) สนามบินและสายการบินจะไม่รับโหลดในฐานะของกระเป๋าครับ ทั้งนี้เพราะว่า กระเป๋าโดยมากใช้แรงงานคนยกขึ้นและลงจากสายพาน และ จัดเข้าตู้เก็บครับ

กลับมาที่เรื่องของเรา ดังนั้น ถ้ากระเป๋าเราใหญ่และหนักมากก็อาจมีปัญหาตอนโหลดครับ เราอาจเลือกกระเป๋าที่เล็กลง แต่เป็น 2 ใบก็ได้ครับ อาจเป็นใหญ่กับเล็ก หรือ กลาง 2 ใบก็ได้ครับ อย่างไรก็คงต้องเช็คกับทางสายการบินก่อนครับ ว่า รับได้อย่างไร ถ้าใช้เอเจนท์ทำตั๋วให้ เขาต้องบอกได้

ท้ายที่สุด เราต้องไม่ลืมว่า เราเดินทางครั้งนี้คนเดียว ถึงไปกับเพื่อน ทุกคนก็มีของมากเหมือนกัน จะไปตายเอาดาบหน้าหรือหวังเอาเองว่าจะมีคนมาช่วย ได้โปรด “อย่า” ครับ เราต้องวางแผนไปโดยให้แน่ใจว่าเราสามารถยกย้าย และดูแลกระเป๋าได้ เมื่อไปถึงเราอาจต้องขึ้นรถไฟ รถโค้ช และ รถแท็กซี่ ถ้าของหนักมาจนเราไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้เอง ก็จะลำบากมาก และอาจต้องเสียเงิน บางครั้งก็เสียเงินมากจนรู้สึกว่า เอาเงินไปซื้อของที่เอามาที่อังกฤษได้โดยที่ไม่ต้องแบกเอามา

Brown Leather Crossbody Bag With Eyeglassesส่วนกระเป๋าที่ถือขึ้นเครื่อง (Hand/Cabin Luggage) ก็ควรตรวจสอบขนาดกับสายการบินสักหน่อยครับ หรือเช็คดูเอาตามเว็บทางการของสายการบินก็ได้ครับ นอกจากนี้ ผู้ผลิตกระเป๋าที่มีมาตรฐานโดยมากจะโฆษณาอยู่แล้วว่ากระเป๋าขนาดไหนของเขาที่เป็นกระเป๋าที่ถือขึ้นเครื่อง (Hand/Cabin Luggage) ได้ครับ

 

 

 

ของที่ควรถือขึ้นเครื่องไปด้วยก็มีประมาณนี้ครับ

  • เอกสารทั้งหมดที่สถานทูตคืนมาหลังจากสมัครวีซ่า คือ หนังสือเดินทางพร้อมวีซ่าที่วันเริ่มถูกต้อง CAS, IELTS, Transcript, Certificate, IOM Certificate จดหมายรับรองบัญชี/เอกสารการเงินที่ใช้ขอวีซ่า และ รายละเอียดที่อยู่ที่เราอาจจะเตรียมไว้ไปรับ BRP (ไหน ๆ ก็มีเกือบครบแล้ว เอาจดหมายรับรองจากอาจารย์ที่ได้มาไว้ด้วยกันเลย)
  • ยาประจำตัว เอาที่จำเป็นนะครับ ที่เหลือโหลดไปดีกว่า
  • แว่นตาสำรอง และ/หรือน้ำตาเทียมสำหรับผู้ที่ใส่คอนเทคเลนส์
  • เงินสด (ห้ามโหลดเด็ดขาด ต้องไว้กับตัวตลอด) และของมีค่าอื่น ๆ
  • ปากกา อันนี้ติดตัวไว้เลยก็ดี เพราะอย่างน้อยที่สุดต้องกรอก Landing Card

black and white, blur, close-up

กระเป๋าเดินทางทุกใบต้องล็อคได้ครับ ไม่ว่าจะเป็นกุญแจหรือรหัส ทั้งนี้นอกจากป้องกันขโมยสมัครเล่นหรือพวกมือไวได้แล้ว (มืออาชีพมันเปิดได้หมดอยู่แล้วครับ) ยังป้องกันใครเอาของแปลกปลอมมายัดใส่กระเป๋าเราครับ ถ้ากระเป๋าแพง หรือว่ามีของมีค่าไปแล้วกังวล เราสามารถซื้อประกันการเดินทางที่รวมประกันกระเป๋าเดินทางและสัมภาระได้ครับ

(02 มิถุนายน 2017) ถ้าเลือกบินกับ Turkish Airlines หรือ Royal Jordanian Airlines ซึ่งมีการเปลี่ยนเครื่องที่ อิสตันบูล และ อัมมัน ทั้งสองเมืองนี้อยู่รายชื่อที่ทางการอังกฤษกำหนดว่า ไม่ให้มีเครื่องคอมพิวเตอร์แลปท๊อปหรือแท็บเล็ตขนาดใหญ่ จะต้องมีการเช็คอินอุปกรณ์เหล่านี้ก่อนขึ้นเครื่อง คือ เช็คอินให้ทางสายการบินขนส่งแยกไปครับ ไม่ลำบากอะไรครับ แต่ว่า ต้องดำเนินการ ลองดูประกาศและขั้นตอนดูได้ครับ

http://www.rj.com/en/uk_flights_electronic_ban.html

อ้างอิง

ระเบียบของ ไออาต้า IATA (International Air Transport Asssociation) เรื่องกระเป๋า

ระเบียบเรื่องกระเป๋าขึ้นเครื่อง

banner-hocm

หากน้อง ๆ คนไหนสนใจศึกษาต่อประเทศอังกฤษ  สอบถามเพิ่มเติมเรื่องทุน  สมัครเรียน  สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ Hands On – Chiang Mai เนื่องจากเราเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการครับ  โดยสามารถมาสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมตัว  และสมัครเรียนได้ที่นี่  โดยไม่คิดค่าบริการใด ๆ ทั้งสิ้นครับ

 

แฮนด์ส ออน เอดูเคชัน คอนซัลแทนต์ – สำนักงานเชียงใหม่

ที่อยู่ติดต่อ

ห้อง 107 ภิญโญพิงค์ แมนชั่น
199/9 ถนนห้วยแก้ว ตำบล สุเทพ อำเภอ เมือง
เชียงใหม่ 50200
ประเทศไทย

อีเมล์          chiangmai@hands-on.co.th

โทร.           +66 (0) 89 217 5454

เว็บ             http://www.hands-on.co.th
http://www.hands-on.co.th/chiangmai

เฟซบุค       http://www.facebook.com/handsonchiangmai

แผนที่

การเตรียมตัวด้านสุขภาพก่อนไปเรียนอังกฤษ 2017

แฮนด์ส ออน เชียงใหม่ – การเตรียมตัวด้านสุขภาพก่อนไปเรียนอังกฤษ 2017

การเตรียมตัวด้านสุขภาพก่อนไปเรียนอังกฤษก็สำคัญไม่น้อยกว่าด้านอื่น ๆ แต่อาจไม่ได้มีใครรวบรวมไว้เป็นทางการมากนักครับ เท่าที่พอมีความรู้และประสบการณ์ ประเด็นคำแนะนำของผมคงมีประมาณนี้ครับ ถ้าใครมีประเด็น ข้อมูล หรือคำถามเพิ่มเติมมาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นก็ยินดีครับ

business, desk, eyeglassesแว่น และ คอนแทคเลนส์

ที่อังกฤษ แว่นสายตาพร้อมค่าทำน่าจะอยู่ที่ 100 – 200 ปอนด์ขึ้นไป เราคงทำไปจากที่เมืองไทยได้ไม่ยาก สำหรับคนที่ใส่คอนแทคเลนส์ แว่นสำรองก็จำเป็นครับ ถ้ายังไม่มีหรือ มีแต่เก่าแล้ว แนะนำให้ทำไปใหม่เลยดีกว่าครับ

คอนแทคเลนส์ก็ซื้อไปได้จากที่นี่เลยครับ โดยจำนวนแล้วไม่มีปัญหาครับถ้าเราคำนวณแล้วเพียงพอและสามารถแสดงให้เขาเห็นได้ว่ามาใช้ส่วนตัวครับ ถ้ามาเป็นจำนวนมากจนดูเหมือนเอาไปขายก็อาจมีปัญหากับศุลกากรได้ครับ ส่วนน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ก็คงซื้อไปบ้าง แต่คงมาก ๆ ไม่ได้เพราะของมันมีน้ำหนักค่อนข้างมาก อาจทำให้มีปัญหากับน้ำหนักกระเป๋าได้ครับ ตามร้านค้าอย่าง Boots ก็น่าจะมีขายในราคาพอรับได้ครับ

Human Lips

ฟัน

คงมี 2 ประเด็นครับ หนึ่งคือ ค่าทำฟันที่อังกฤษแพงมากครับ แพงขนาดฝรั่งอังกฤษเองยังบินมาทำที่เมืองไทยกันเลยทีเดียว อย่างน้อยควร ขูดหินปูน หรือทำความสะอาดไปให้เรียบร้อยครับ ถ้าคิดไว้ว่าจะ ถอนฟันคุด ต่อ อุด เติม ทำสี หรือรักษารากฟัน คงแนะนำให้ลงมือทำเลย หรือปรึกษาทันตแพทย์ก่อนเลยว่าจะทำทันหรือไม่

สองคือ น้องที่ดัดฟันคงต้องปรึกษาอย่างด่วนว่า ที่ทำอยู่จะจบ หรือจะเสร็จทันไหม เพราะถ้าไม่ทันและจำเป็นก็สามารถส่งเคสไปทำต่อที่นั่นได้ แต่จะแพงมาก ๆ ครับ

แล้วถ้ามีฟันคุด ควรถอนก่อนไปครับ เพราะถ้าเริ่มขึ้นแล้วจะทำให้ฟันเก กว่าจะกลับมาถอนที่เมืองไทยอาจต้องจัดฟันเพิ่มได้เลยทีเดียว

Black Sphygmomanometer

ตรวจสุขภาพโดยรวม

ประเทศอังกฤษไม่ได้บังคับให้ส่งผลการตรวจสุขภาพโดยรวมในการขอหรือต่อวีซ่าครับ แต่ว่า ผมแนะนำ เพราะ ผลการตรวจจะเป็นส่วนหนึ่งของประวัติสุขภาพของเราครับ ถ้าไปอยู่ที่นั่นแล้วเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา เราจะได้มีผลเลือดและผลตรวจร่างกายอื่น ๆ ไว้เทียบดูครับว่า จริง ๆ แล้วเราปรกติตั้งแต่ต้น หรือ มีแนวโน้มว่าจะเป็นมาตั้งแต่ต้นแล้ว

การตรวจสุขภาพพื้นฐานอย่างเช่น ตรวจเลือดเพื่อดูค่า น้ำตาล ไขมันคอเลสเตอรอล ไขมันไตรกลีเซอไรด์ ยูเรียหรือกรดยูริค โปรตีน ค่าครีตินิน ตรวจค่าความดันโลหิต ชีพจร จำนวน เม็ดเลือด เกล็ดเลือด เม็ดเลือดขาว เป็นต้นครับ ถ้ามีปัญหาอะไร เผื่อว่าเราจะได้เตรียมตัว และเตรียมยาไปก่อนครับ

blood sugar, chronic, diabetes

วัคซีน

สำหรับเราซึ่งเป็นคนไทย เป็นเรื่องน่าดีใจที่เราได้รับวัคซีนสำคัญเกือบทั้งหมดแล้ว (หรืออาจเป็นเพราะประเทศเราโรคเยอะก็ได้ครับ) โดยมากในคู่มือของมหาวิทยาลัยมักเน้นที่ MMR Vaccine (Measles, Mumps, Rubella) ซึ่งก็คือโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน ซึ่งคนไทยรุ่นใหม่ได้รับหมดแล้ว

อันที่ยังไม่เป็นภาคบังคับ แต่แนะนำให้มีคือ วัคซีนไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี (Hepatitis B and C Vaccine) ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางไวรัสที่มักเกิดเวลาคนไปอยู่ร่วมกัน จริง ๆ โรคนี้ไม่ได้เป็นกันง่าย ๆ แม้จะมีเชื้ออยู่ทั่วไป แต่มักจะเป็นเวลาร่างกายอ่อนแอ พักผ่อนน้อย และเมื่อเป็นแล้วรักษาไม่ยากครับ แต่ใช้เวลารักษานาน บางคนถ้าไม่แน่ใจ เราสามารถให้ทางโรงพยาบาล หรือคลีนิคตรวจเพิ่มไปได้เมื่อไปตรวจเลือดครับ

อันทีทางอังกฤษแนะนำแล้วไม่มีให้ฉีดที่เมืองไทยคือ Meningitis C (MenC) ครับ ดู หน้าเก่า เรื่องนี้ได้ครับ

20 Mg Label Blister Pack

ยา

ยาประจำตัว คือยาแบบที่เราพกติดตัวเพื่อรักษาอาการปัจจุบัน หรือ ที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นจากการเดินทาง (Personal Medicine) เราสามารถพกไปได้ครับ แต่ควรอยู่ในบรรจุภัณฑ์ (Package) ของยานั้น ๆ เพื่อให้ดูแล้วทราบได้ครับ ถ้ามาในแผงหรือขวดหรือตลับของมันแบบดั้งเดิมได้จะดีที่สุดครับ ยาแบบนับมาจากขวดใหญ่ใส่ซองซิปล็อคจากร้านขายยาหน้าหมู่บ้าน อาจจะมีปัญหาได้ครับ ทั้งนี้เพื่อที่ว่า ถ้าศุลกากรถามเราจะได้สำแดงให้ดูได้อย่างชัดเจน มีหลักฐาน

ส่วนยาที่จะใส่กระเป๋าเดินทางแล้วโหลดเข้าไป ยาที่นำไปก็อาจจะเป็นยาที่เราได้ใช้และเป็นยาที่ไม่ได้ซื้อหาได้ด้วยตัวเอง ยาที่ซื้อได้เอง (Over-The-Counter Drug -OTC) คือ ยาสามัญที่ไม่มีฤทธิ์รุนแรงในการใช้ปรกติ บุคคลทั่วไปสามารถซื้อใช้ได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งจากแพทย์หรือเภสัชกร เช่น พาราเซตตามอล เราควรเอาไปบ้างตามที่ใช้ แต่ไม่ต้องมากเพราะซื้อเอาได้ที่นั่นครับ ยาอย่าง ทิฟฟี่ หรือ ดีคอลเจนที่อังกฤษเรียกว่า โคลด์แทบ (Cold Tab) เป็นยาแบบที่เราซื้อได้เองครับ

White Medicinal Container on White Table

พวกวิตามินเสริมต่าง ๆ และอาหารเสริมโดยมากมีขายตามร้านขายยาและร้านเฉพาะทางของมันครับ  แต่จะเอาพวกมะรุมแคปซูล หรือ อาหารเสริมนูทริไลท์  อันนั้นไม่มีนะครับ

ยาที่ไม่ได้ซื้อหาได้ด้วยตัวเอง หรือยาที่ต้องให้แพทย์สั่ง (Prescription Drug) เราอาจต้องนำไปเองเพราะ ร้านที่อังกฤษจะไม่ขายให้เราถ้าไม่มีใบสั่งยา เช่น ยาปฏิชีวนะ พวกนี้เป็นอันตรายครับ แม้แต่ในการใช้งานปรกติดังนั้นจึงมีความเสี่ยงในการใช้

ยาไม่ว่าแบบไหนก็ควรอยู่ในบรรจุภัณฑ์ของมันเองเช่นกัน ปริมาณก็ควรจะเป็นไปเพื่อใช้ส่วนตัว ไม่ดูเหมือนเอาไปขาย เช่น ยาปฏิชีวนะเพื่อแก้อาการไข้หวัด ปรกติกินวันละ 3 – 4 มื้อ โดสหนึ่งไม่เกิน 5 วัน 1 โดสก็คือ 20 เม็ด ถ้านำไปสัก 100 เม็ดน่าจะเป็นปริมาณที่เหมาะสมครับ

ถ้าจำเป็นต้องนำเข้าไปในปริมาณมากอาจ 4 – 500 เม็ด เช่น ยานี้อาจต้องกินทุกวันวันละ 1 – 2 เม็ด แล้วเราไปเรียนพรีฯ 15 สัปดาห์บวกกับปริญญาโท 2 ปี กรณีอาจต้องการจดหมายหรือใบสั่งยาพร้อมกับคำอธิบายจากแพทย์เป็นภาษาอังกฤษแนบไปด้วย

ถ้ามีปัญหาเรื่องนำเข้ายากับศุลกากร อย่างน้อยคือ ยึดของ และ ตักเตือน (เสียเงินฟรี) อย่างกลาง คือ ยึดของ และปรับ อยากมาก คือ ถูกดำเนินคดีครับ

ท้ายที่สุด อยากให้ทุกคน ทั้งที่อยู่ที่นั่นแล้ว และกำลังจะไปดูแลตัวเองให้ดีครับ อยู่อังกฤษถ้าป่วยแล้ว ยากลำบากทีเดียว ไม่ใช่ว่าหมอหรือโรงพยาบาลเขาไม่ดีนะครับ (อาจมีคุยกันไม่รู้เรื่องบ้าง) แต่ว่า เราอยู่ที่นั่น ไม่มีใครดูแลเรา เช็ดตัว หุงหาอาหาร เราต้องทำเองทั้งหมด แย่ที่สุดคือ เวลาคนที่รักและเป็นห่วงเราอย่างคุณพ่อคุณแม่ทราบ ท่านก็พลอยกังวลเป็นห่วงเราครับ

banner-hocm

หากน้อง ๆ คนไหนสนใจศึกษาต่อประเทศอังกฤษ  สอบถามเพิ่มเติมเรื่องทุน  สมัครเรียน  สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ Hands On – Chiang Mai เนื่องจากเราเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการครับ  โดยสามารถมาสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมตัว  และสมัครเรียนได้ที่นี่  โดยไม่คิดค่าบริการใด ๆ ทั้งสิ้นครับ

 

แฮนด์ส ออน เอดูเคชัน คอนซัลแทนต์ – สำนักงานเชียงใหม่

ที่อยู่ติดต่อ

ห้อง 107 ภิญโญพิงค์ แมนชั่น
199/9 ถนนห้วยแก้ว ตำบล สุเทพ อำเภอ เมือง
เชียงใหม่ 50200
ประเทศไทย

อีเมล์          chiangmai@hands-on.co.th

โทร.           +66 (0) 89 217 5454

เว็บ             http://www.hands-on.co.th
http://www.hands-on.co.th/chiangmai

เฟซบุค       http://www.facebook.com/handsonchiangmai

แผนที่